ค้นหา
1125 MWA Call Center
  1125 MWA Call Center
วิดิทัศน์
 แสดงทั้งหมด
ประปาชวนรู้
๙๖ ปี กิจการประปาไทย

วันที่ 18 พ.ย. 2553

น้อมรำลึกถึงพระปิยมหาราช พระราชาอันเป็นที่รักของประชาชน
          ๒๓ ตุลาคม ปีนี้ (๒๕๕๓) เป็นปีที่พสกนิกรชาวไทยทั่วประเทศพร้อมใจกันรำลึก ๑๐๐ ปี แห่งการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ที่ปวงชนชาวไทยต่างถวายพระนามพระองค์ว่า "พระปิยมหาราช" อันหมายถึงพระราชาผู้เป็นที่รักของประชาชน ด้วยพระองค์ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ทรงให้อิสรภาพแก่ประชาชนผู้ทนทุกข์ ยากแค้นลำเค็ญ โดยทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้เลิกทาส และด้วยสายพระเนตรอันยาวไกล พระองค์ทรงนำเทคโนโลยีสมัยใหม่พร้อมสาธารณูปโภคนานัปการ อาทิ รถไฟ ไฟฟ้า และกิจการประปา ซึ่งเป็นสาธารณูปโภคที่จำเป็นในการดำรงชีวิต และเป็นการยกระดับมาตรฐานการดำรงชีวิตให้ทัดเทียมนานาอารยประเทศ ทำให้ชาวต่างชาติ ซึ่งแต่เดิมจะไม่พำนักอยู่ในประเทศไทยนานนัก เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจที่ได้รับมอบหมายก็จะเดินทางกลับทันที เนื่องจากความเป็นอยู่ไม่สะดวกสบายเหมือนในบ้านเมืองเขา โดยเฉพาะน้ำดื่ม น้ำใช้ไม่สะอาดพอ เพราะใช้น้ำจากแม่น้ำ ลำคลอง ทำให้เจ็บป่วยได้ง่าย เมื่อมีไฟฟ้า น้ำประปาแล้ว ชาวต่างประเทศก็เดินทางเข้ามาติดต่อทำการค้ากันมากขึ้น ประเทศไทยหรือประเทศสยามในเวลานั้น จึงเจริญรุ่งเรืองอย่างรวดเร็ว

นำความเจริญรุ่งเรือง ความสะดวกสบายมาสู่ปวงชนชาวไทย
          กิจการประปาเป็นพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ด้วยพระองค์ทรงเสด็จประพาสต่างประเทศทั้งยุโรป รัสเซีย สเปน อินโดนีเซีย และสิงคโปร์ ซึ่งประเทศเหล่านี้มีน้ำประปาใช้แล้ว ส่วนใหญ่กิจการประปาจะเป็นของเอกชน เมื่อพระองค์ทรงสนพระทัย และมีพระราชดำริที่จะจัดสร้างระบบประปาในกรุงเทพ ฯ ได้มีฝรั่งชาวต่างชาติหลายรายเสนอตัวที่จะเป็นผู้ลงทุนผลิตน้ำประปาเพื่อจำหน่ายในเขตพระนคร โดยอ้างว่าจะได้ไม่เปลืองงบประมาณแผ่นดิน และค่าน้ำก็จะคิดในอัตราหนึ่ง และจะค่อย ๆ เพิ่มขึ้นไม่เกินลูกบาศก์เมตรละ หกสลึง (1.50 บาท) แต่เมื่อพระองค์ทรงไตร่ตอง และหารือกับบรรดาเหล่าเสนาบดีแล้ว พระองค์ทรงเกรงว่าหากให้เอกชนต่างชาติรับไปดำเนินการเสียแล้ว ประชาชนคนไทยผู้ใช้บริการอาจได้รับความเดือดร้อนจากการขึ้นค่าน้ำของฝรั่งก็เป็นได้ จึงได้ตัดสินพระทัยให้กรมสุขาภิบาลเป็นผู้ดำเนินการจัดหาน้ำสะอาดมาใช้ในพระนคร โดยพระองค์ทรงพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนหนึ่งเป็นทุนประเดิม และเอกชนได้ร่วมสมทบ เป็นเงินลงทุนสิ้นประมาณ 4 ล้านบาทเศษในสมัยนั้น

ปฐมบทแห่งกิจการ "ประปาเพื่อประชาชน”
          กิจการประปาเริ่มปรากฏเป็นรูปเป็นร่างในปี 2452 ตั้งแต่มีการจัดซื้อที่ดินสำหรับสร้างโรงกรองสามเสน (ปัจจุบันคือโรงงานผลิตน้ำสามเสน) ขุดคลองส่งน้ำจากบริเวณคลองชียงรากมาถึงโรงกรองสามเสน การขุดฝังวางท่อจ่ายน้ำทั่วพระนคร สร้างถังสูงสำหรับช่วยเพิ่มแรงดันในการส่งน้ำไปบริการประชาชน (ถังสูง 2 ใบนี้ยังคงอยู่ที่สี่แยกวรจักร ถนนบำรุงเมือง กทม.)

พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6 ) ทรงเสด็จเปิด "การประปากรุงเทพฯ”
          เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2457 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเสด็จเป็นองค์ประธานเปิดกิจการ "การประปากรุงเทพ ฯ” ด้วยพระองค์เอง อันมีเจ้าพระยายมราช เสนาบดีกระทรวงนครบาล เป็นผู้กล่าวรายงาน และพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำรัสตอบ ตอนหนึ่งว่า "การใหญ่ของการประปาอันเป็นของค้างมาครั้งรัชกาลแห่งสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง ได้มาทำสำเร็จไปโดยเร็วในรัชสมัยของเราเช่นนี้ เป็นเครื่องเชิดชูเกียรติเรา ในการที่มีของสำคัญขึ้นสำหรับพระนครและเป็นการสมควรอยู่แล้วที่จะต้องแสดงให้ปรากฏว่าการนี้ สมเด็จพระบรมชนกนารถของเราเป็นผู้ริเริ่มดำริห์ กับสมควรนับเป็นอนุสาวรีย์ของพระองค์ส่วนหนึ่งได้เหมือนกัน” และอีกตอนหนึ่งว่า "ขอน้ำใสอันจะหลั่งไหลจากประปานี้ จงเป็นเครื่องประหารสรรพโรคร้ายที่จะเบียดเบียนให้ร้ายแก่ประชาชนผู้เป็นพสกนิกรของเรา” นี่คือที่มาของ "น้ำประปาดื่มได้” ดื่มแล้วปลอดภัยไร้โรคา พยาธิ นับตั้งแต่เริ่มเปิดกิจการมาจนถึงทุกวันนี้

กิจการประปาในยุคแรก
          ในสมัยนั้น กรุงเทพฯ มีประชากรเพียง 330,000 คน อาศัยอยู่ฝั่งกรุงเทพ ฯ 280,000 คน อยู่ฝั่งธนบุรี 50,000 คน เมือเปิดกิจการระยะแรกมีผู้ใช้น้ำเพียง 400 ราย แล้วค่อย ๆ เพิ่มขึ้นเป็น 3,000 ราย ในปี 2465 อัตราค่าน้ำ 25 สตางค์/ลูกบาศก์เมตร(ลบ.ม.) ผลิตน้ำวันละ 10,000 ลบ.ม. และสูงสุด 13,000 ลบ.ม ในช่วงฤดูแล้ง ในด้านคุณภาพน้ำ จะมีเจ้าหน้าที่สุขาภิบาลมาตรวจคุณภาพน้ำประปา โดยตรวจแบคทีเรียทุกวัน ตรวจด้านเคมีทุกเดือน (ตั้งแต่ปี 2464) ปรากฏว่าไม่พบแบคทีเรีย และปลอดภัยจากสารพิษ จึงกล่าวได้ว่าประเทศไทยเรามีน้ำประปาที่สะอาดได้มาตรฐานเช่นเดียวกับนานาอารยประเทศ ยืนยันได้จากข้อเขียนของ Mr.Fernand Didier วิศวกรชาวฝรั่งเศส ที่ได้เข้ามาทำงานในประเทศไทยสมัยรัชกาลที่ 5 และเป็นผู้บริหารกิจการประปากรุงเทพฯ ในยุคแรก เขาเขียนระบุในหนังสือ The Bangkok Water Supply Description Of The Works For Supplying The Siamese Capital With Portable Water ว่า "น้ำประปากรุงเทพ เป็นน้ำสะอาดไม่แพ้เมืองใดๆ ในโลก”

96 ปี การประปาไทย 14 พฤศจิกายน 2553 "วันประปาเพื่อประชาชน”
          วันเวลาล่วงเลยมา 96 ปี วันนี้การประปากรุงเทพ ฯ ภายใต้ชื่อใหม่ว่า การประปานครหลวง ยังคงปฏิบัติภารกิจที่สืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น ไม่เคยเปลี่ยน นั่นคือ ผลิตน้ำสะอาดเพื่อการอุปโภค และบริโภค สำหรับประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล ในปริมาณที่เพียงพอ และทั่วถึง ปัจจุบันการประปานครหลวงมีลูกค้าเกือบ 2,000,000 ราย (คิดเป็นผู้ใช้น้ำประมาณ 10,000,000 คน) ผลิตน้ำจ่ายวันละกว่า 5,000,000 ลบ.ม. ในโอกาสครบรอบ ๙๖ ปี กิจการประปากรุงเทพฯ วันที่ ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ นี้ การประปานครหลวงได้จัดกิจกรรม "วันประปาเพื่อประชาชน” เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงล้นเกล้าทั้งสองพระองค์ โดยพนักงานและลูกจ้างกว่า ๓,๐๐๐ คน ร่วมใจกันออกให้บริการประชาชน อาทิ รับคำร้อง ยกย้ายมิเตอร์ บริการตรวจ ซ่อมท่อแตกรั่วภายในบ้านทุกกิจกรรมที่บริการประชาชนในวันนั้น ฟรี ! เพราะเป็น "วันประปาเพื่อประชาชน” ดั่งพระราชประสงค์ของล้นเกล้าทั้งสองพระองค์ ผู้พระราชทานความสุขให้กับปวงชนชาวไทยมาจวบจนทุกวันนี้

สำนักงานใหญ่ ที่สี่แยกแม้นศรี ถนนบำรุงเมือง ภายในโรงสูบน้ำสามเสน นายช่างฝรั่งคุมงานวางท่อ
bangkok water works พนักงานการประปากรุงเทพฯ รุ่นแรก โซดาดึง หรือก๊อกน้ำสาธารณะในอดีต Mr Fernand Didier (ดิดิเยร์) วิศวกรชาวฝรั่งเศส
ถังสูง 2 ใบ ที่สร้างขึ้นที่สี่แยกแม้นศรี นายเจริญ ภัสระ ผู้ว่าการการประปานครหลวง อาคารสำนักงานใหญ่การประปานครหลวง ถนนประชา
คลองประปา โรงงานผลิตน้ำบางเขน งานเชื่อมท่อ
การวางท่อ นักวิทยาศาสตร์ ฝ่ายคุณภาพน้ำ สำนักงานประปาสาขา
Call center 1125
Website Policy | Privacy Policy | Website Security Policy
 
Copyright 2010 - Metropolitan Waterworks Authority - All Rights Reserved. Call Center : 1125