ค้นหา
1125 MWA Call Center
  1125 MWA Call Center
วิดิทัศน์
 แสดงทั้งหมด
ประปาชวนรู้
95 ปี ประปาไทย

วันที่ 23 พ.ย. 2552
 
95 ปี กิจการประปาในประเทศไทย
ย้อนกลับไปเมื่อ 95 ปี ก่อนในวันที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2457 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 เสด็จมาเปิดกิจการประปากรุงเทพฯ ทำให้คนในพระนครเริ่มมีน้ำประปาใช้เป็นครั้งแรกในประเทศสยาม ด้วยวิสัยทัศน์อันยาวไกลของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวพระชนกนารถ ที่ทรงตระหนักว่าน้ำสะอาด มีความสำคัญต่อสุขอนามัยของพสกนิกร จึงได้ว่าจ้างนายช่างจากประเทศฝรั่งเศสเพื่อมาดำเนินการวางรากฐานกิจการประปา ตั้งแต่ปี 2452 แต่มาสำเร็จและเปิดให้บริการได้อย่างสมบูรณ์แบบในสมัยรัชกาลที่ 6 โดยมีผู้อำนวยการประปากรุงเทพฯคนแรกเป็นชาวฝรั่งเศส ชื่อนายเฟอร์ดินาน ดิดีเย่ร์ ซึ่งเป็นนายช่างใหญ่ที่ควบคุมการก่อสร้างมาแต่เริ่ม กิจการประปาที่เปิดใช้เป็นครั้งแรก จะมีแต่บรรดาชนชั้นสูง คหบดี ข้าราชการ และชาวต่างประเทศที่มีฐานะเท่านั้นที่จะได้ใช้บริการโดยคุณภาพน้ำประปาในสมัยนั้นได้มีการส่งรายงานไปที่สภากาชาดโลกว่าคุณภาพน้ำประปาในกรุงเทพฯไม่แพ้เมืองหลวงแห่งใดในโลกทีเดียว
 
กิจการประปาหลังสงครามโลก
หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 (ประมาณ ปี 2484-2487) สภาพบ้านเมืองชำรุดทรุดโทรมเพราะถูกทิ้งระเบิด ระบบสาธารณูปโภคอย่างประปาไฟฟ้าก็พลอยได้รับความเสียหายเป็นอย่างมาก น้ำประปาขาดแคลนไม่พอใช้ ท่อที่มีอยู่ก็ชำรุดทรุดโทรมเพราะขาดการลงทุนและบำรุงรักษา กิจการมีการรั่วไหลมาก ไม่เฉพาะการรั่วไหลจากระบบท่อเท่านั้น ยังรั่วไหลเพราะคนอีกด้วยเนื่องจากในสมัยหลังสงครามความเป็นอยู่ของผู้คนอัตคัดฝืดเคือง ใครที่พอจะมีอำนาจก็มักจะใช้อำนาจที่มีอยู่ขูดรีดเอาเปรียบประชาชน ไม่เว้นแม้แต่น้ำประปา ที่ใครๆก็อยากใช้ จึงต้องมีการใช้เส้นสายหรือจ่ายเงินใต้โต๊ะเพียงเพื่อขอให้ได้ใช้ แม้จะต้องรอนานเป็นเดือนๆก็ตาม ส่วนคนที่ไม่มีเงินก็ต้องไปรองน้ำจากก๊อกน้ำสาธารณะที่ติดตั้งให้ใช้ฟรีตามริมถนน (ตอนหลังสมัยหลวงบุรกรรมโกวิท เป็นอธิบดีกรมโยธา ระหว่างปี 2491 - 2499 ซึ่งดูแล การประปากรุงเทพฯด้วย ท่านเห็นคนมานั่งซักผ้า อาบน้ำที่ก๊อกน้ำสาธารณะตามริมถนน ทั้งๆที่หลวงเขาตั้งใจให้คนรองน้ำเอาไปกิน ท่านเห็นว่าเป็นภาพที่ไม่น่ามองเอาเสียเลย ตอนหลังก็เลยค่อยๆสั่งยกเลิกก๊อกน้ำสาธารณะไป)กิจการประปาในยุคนั้นมีแต่ทรงกับทรุด น้ำไหลบ้างไม่ไหลบ้าง บริการกันไปอย่างตามมีตามเกิด จนถึงสมัยรัฐบาลจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เป็นนายกรัฐมนตรี มีนโยบายที่จะปรับปรุงกิจการประปาไฟฟ้าอย่างจริงจัง กิจการประปา จากที่เคยเป็นองค์กรที่ทันสมัย มีนายช่างใหญ่ฝรั่งคอยดูแล แต่พอเกิดสงครามโลก ฝรั่งได้พากันกลับบ้านหมดประปากรุงเทพฯ ในสมัยต่อมาจึงขาดคนรับผิดชอบดูแลเอาใจใส่ นอกจากนี้สายการบินฝรั่งสมัยนั้นยังไปออกข่าวให้ประเทศไทยเสียหายว่าน้ำประปาเมืองไทยกินไม่ได้ ท่านอธิบดีกรมโยธาสมัยนั้นถึงกับนั่งไม่ติด ทำให้หลายๆฝ่ายต้องหันมาร่วมมือกันปรับปรุงกิจการประปาอย่างจริงจัง เพื่อกอบกู้ชื่อเสียงของประเทศคืนมา
 
ปี 2504 รัฐบาลได้ว่าจ้างบริษัทเดอเกรมองต์ จากฝรั่งเศส มาลงทุนปรับปรุงกิจการประปา แบบที่เรียกว่า เทิร์นคีย์ โดยมีการขุดลอกคลองส่งน้ำ ทำท่อไซฟอนรังสิตและบางเขนเพื่อรับน้ำดิบป้อนโรงกรองน้ำสามเสนที่ 9และที่ 10 เพิ่มกำลังการผลิตอีกวันละ 2 แสนลูกบาศก์เมตร และก่อสร้างโรงกรองน้ำธนบุรี เพิ่มขึ้นอีกแห่ง เนื่องจากทางด้านฝั่งธนบุรียังไม่มีโรงกรองน้ำเลย ก่อสร้างถังสูงอีก 4 แห่ง ที่พระโขนง ช่องนนทรี ดาวคะนอง และภาษีเจริญ (ปัจจุบันถังสูงบางแห่งก็ยังอยู่)วางท่อประปาและท่อน้ำดิบใหม่กว่า 200 กม. ซึ่งทั้งหมดนี้บริษัทเป็นผู้ทำการศึกษาและคำนวณออกแบบเอง รวมทั้งก่อสร้าง คิดเป็นค่าใช้จ่ายประมาณ 900 ล้านบาท ในยุคนั้นจึงถือว่าเป็นการขยายงานประปาครั้งใหญ่ทีเดียว เมื่อลงทุนทำให้มีน้ำประปาไหลแรงขึ้นแล้ว รัฐบาลก็ปรับขึ้นค่าน้ำแล้วเรียกเก็บผลประโยชน์ผ่อนคืนให้บริษัทไปในระยะเวลา 6 ปี จากปี 2507-2512 แต่ภายหลังเมื่อมีเทคโนโลยีสูบส่งน้ำที่ทันสมัย ประกอบกับความต้องการใช้น้ำของคนมีมากขึ้น ถังสูงเหล่านี้จึงหมดความจำเป็นใช้งานไป
 
การพัฒนาการประปานครหลวง
หลังจากที่ออกพระราชบัญญัติการประปานครหลวง ( กปน. )เมื่อปี 2510 เพื่อรวมเอากิจการประปาใน 3 จังหวัด คือ กรุงเทพฯรวมทั้งธนบุรี สมุทรปราการและนนทบุรีเป็นหน่วยงานเดียวกัน มีฐานะเป็นรัฐวิสาหกิจ มีชื่อเรียกว่า การประปานครหลวง ขึ้นกับกระทรวงมหาดไทย แม้จะให้เดอเกรมองต์ ทำการปรับปรุงระบบประปาให้ดีขึ้นมากแล้วก็ตาม แต่ก็เป็นแค่เพียงการชดเชยกับที่ไม่ได้มีการลงทุนในกิจการประปามานาน จึงไม่ได้ทำให้ เรา มีระบบสาธารณูปโภคที่ดีเลิศ สมกับเป็นเมืองศิวิไลซ์เฉกเช่นกับที่เมืองหลวงควรจะเป็นแต่อย่างไร โชคดีที่รัฐบาลจอมพลสฤษดิ์ ให้การสนับสนุนและที่สำคัญ กปน.ได้ อาจารย์จำรัส ฉายะพงษ์ ผู้ว่าการ กปน. คนที่ 3 และ ดร.บุญรอด บิณฑสันต์ ผู้ว่าการคนที่ 4 (ปัจจุบันยังมีชีวิตอยู่ อายุ 96 ปี) ซึ่งทั้ง 2 ท่านเป็นวิศวกรจบนอกและเป็นเสรีไทย ที่ธนาคารโลกให้ความเชื่อถือมาก จึงให้ประปากู้เงินมาทำโครงการแผนหลัก ซึ่งเป็นแผนแม่บทมีระยะเวลา 30 ปี โดยในขั้นแรก รัฐบาลได้เริ่มออก พระราชบัญญัติเวนคืนขอซื้อที่ดินกับชาวบ้านที่ทุ่งบางเขน ประมาณ 600 ไร่ ในปี 2515 เพื่อก่อสร้างโรงกรองน้ำบางเขน โดยรัฐบาลออกเงินซื้อให้ ในปี 2517 ก็เริ่มใช้เงินกู้ก่อสร้างตามแผนหลัก ครั้งที่ 1 ก่อสร้างและขยายกำลังการผลิตโรงกรองน้ำสามเสนและธนบุรี อีกวันละ 8 หมื่น ลูกบาศ์กเมตร(ลบ.ม.) ในปี 2518 เริ่มก่อสร้างโรงกรองน้ำบางเขน ขนาดกำลังผลิตวันละ 8 แสนลบ.ม. ปี 2520 เริ่มก่อสร้างอุโมงค์ส่งน้ำ ซึ่งถือเป็นของใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อนในประเทศไทย โรงสูบน้ำและถังเก็บน้ำ วางท่อประธานและท่อจ่ายน้ำ รวมไปถึงการขุดบ่อบาดาลเพื่อเสริมกำลังน้ำในรอบนอก แล้วเสร็จในปี 2522 ซึ่งส่งผลให้สภาพการใช้น้ำในกรุงเทพฯดีขึ้นเป็นลำดับตั้งแต่นั้นมา พร้อมกับได้ดำเนินการปรับปรุงกิจการอย่างต่อเนื่อง จนขณะนี้อยู่ระหว่างการก่อสร้างโครงการปรับปรุงกิจการประปาแผนหลัก ครั้งที่ 8
 
ปัจจุบัน กปน. สามารถผลิตน้ำประปาได้วันละ 5.2 ล้านลูกบาศก์เมตร ให้บริการประชาชนกว่า 10 ล้านคน ด้วยคุณภาพที่สะอาดได้มาตรฐานโลกสามารถดื่มได้อย่างปลอดภัย ในราคาถูกกว่าค่าสาธารณูปโภคทุกชนิด นับเป็นความภาคภูมิใจในการให้บริการที่ทำให้ประชาชนพึงพอใจสมกับคำขวัญขององค์กรที่ว่า ประปาเพื่อประชาชน ดังพระราชประสงค์ของพระผู้ก่อตั้ง ซึ่งทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อพสกนิกรชาวไทยเป็นล้นพ้น
 
ฝ่ายสื่อสารองค์กร การประปานครหลวง เรียบเรียง
ขอขอบคุณ นายกระจก ศุภกิจวิเลขการ อดีตผู้ว่าการ กปน. คนที่ 5 ที่ให้ข้อมูล
11 พ.ย. 52
 
ภาพประปาในอดีต
 
การก่อสร้างถังสูงที่บริเวณสี่แยกแม้นศรี ถ.บำรุงเมือง เมื่อเกือบ 100 ปีที่แล้ว
 

 
 
นายช่างฝรั่งคุมงานก่อสร้างวางท่อ
 
 
 
Website Policy | Privacy Policy | Website Security Policy
 
Copyright 2010 - Metropolitan Waterworks Authority - All Rights Reserved. Call Center : 1125